GMAT (Graduate Management Admission Test) คือ ข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถของผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกสาขาบริหารธุรกิจบางสถาบันในประเทศออสเตรเลีย อังกฤษ นิวซีแลนด์ แคนาดา รวมทั้งประเทศไทย ก็กำหนด GMAT เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งในการสมัครเรียนต่อด้านธุรกิจและบริหารเช่นกัน ทั้ง MBA, M.S. Marketing, M.S. Finance, MIS (สำหรับสาขา MIS ของบางมหาวิทยาลัยอาจต้องใช้คะแนน GRE แทน), DBA, และ Ph.D. ด้านบริหารธุรกิจส่วนใหญ่ต้องใช้คะแนน GMAT ในการพิจารณารับนักศึกษา
GMAT เป็นข้อสอบแบบปรนัย (Multiple-Choice) ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ด้านธุรกิจและบริหาร ACT ซึ่งเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาการสอบแบบคอมพิวเตอร์ เป็นผู้พัฒนาการสอบ GMAT และ Pearson VUE ซึ่งเป็นผู้นำในระดับโลกด้านการบริหารจัดการ การสอบแบบที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นผู้ดำเนินการสอบปัจจุบันการสอบ GMAT ทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีศูนย์สอบนอกสหรัฐอเมริกามากขึ้น นอกจากนี้ ผู้สอบทุกท่านจะสามารถเลือกลงทะเบียนสอบ GMAT ได้ทั้งในแบบ online หรือทางโทรศัพท์ โดยผู้สอบสามารถลงทะเบียนสอบ GMAT ที่ดำเนินการโดย Pearson VUE ได้
ผลสอบ GMAT
ผลสอบ GMAT จะประกอบไปด้วยตัวเลขต่างๆ หลายส่วน ตัวเลขที่ใช้อ้างอิงส่วนใหญ่คือผลคะแนนรวม ซึ่งจะอยู่ในช่วง 200-800 ซึ่งเป็นคะแนนในส่วนของ Math และ Verbal คะแนนในส่วนของ Verbal และ Math จะได้รับการจัดคะแนนแยกจากกัน โดยคะแนนจะอยู่ในช่วง 0 - 60 สำหรับแต่ละส่วน ในส่วนของการเขียนบทความหรือ Analytical Writing Assessment (AWA) จะมีช่วงคะแนน 0-6 โดยในข้อสอบ จะมีบทความ 2 บทความ ซึ่งแต่ละบทความ จะได้รับการประเมินผลจาก 2 ฝ่าย อย่างไรก็ดี คะแนนในส่วนของ AWA จะไม่ได้นำเข้าไปรวมกับคะแนนรวม
เป็นการวัดความรู้ในการสื่อสารซึ่งรวมทั้งการอ่านและการเขียน, ทักษะการวิเคราะห์, และ ทักษะในการคำนวณ ที่จะสามารถใช้เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จในการเรียนต่อทางด้านบริหารธุรกิจ จาก website ของผู้ออกข้อสอบ www.mba.com ระบุไว้ชัดเจนว่าข้อสอบ GMAT ไม่สามารถใช้วัดความสามารถในเรื่องต่อไปนี้
ข้อสอบ GMAT เป็นแบบ Computer-Adaptive Test (CAT) ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ส่วนคือ
หลังจากการพักจากข้อสอบการเขียน 10 นาที ผู้เข้าสอบจะต้องทำโจทย์เลขแบบ multiple-choice จำนวน 37 ข้อ 75 นาที คอมพิวเตอร์จะหยุดการทำงานทันทีเมื่อเวลาหมด
หลังจากการพักจากข้อสอบคณิตศาสตร์แล้ว ผู้เข้าสอบสามารถพักหรือทำข้อสอบภาษาอังกฤษ (Verbal) ต่อเนื่องเลยได้ โดยมีเวลาทำข้อสอบทั้งสิ้น 75 นาที คอมพิวเตอร์จะหยุดการทำงานทันทีเมื่อเวลาหมด
จะมีการติดลบ 1 ใน 4 สำหรับข้อที่เลือกผิดทุกข้อ และการรายงานผลจะรายงานคะแนน 3 ครั้งล่าสุด มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะพิจารณาเฉพาะ ผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุด แต่บางแห่ง อาจจะพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของ ทั้ง 3 ครั้ง ในคณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะพิจารณาจากพัฒนาการของนักศึกษาจากผลที่ได้แต่ละครั้ง คะแนน GMAT จะอยู่ระหว่าง 200- 800 คะแนน ส่วนใหญ่นักศึกษาจะทำได้ประมาณ 250-700 ในส่วนการเขียนเชิงวิเคราะห์ จะมีคะแนนในช่วง 0-6 ผู้ที่ไม่ทำข้อสอบทั้ง 2 ชุด คือ ทั้งการเขียนบทความ และการทำข้อสอบปรนัย จะไม่ได้รับผลคะแนน เนื่องจากถือว่าทำข้อสอบ ไม่สมบูรณ์ ปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอบ GMAT ในประเทศไทย ให้เป็นแบบการสอบกับคอมพิวเตอร์
ดาวน์โหลด ตัวอย่างข้อสอบ GMAT
สมัครได้ที่ http://www.mba.com/mba
ปัจจุบันผู้สอบสามารถสมัครสอบ GMAT ได้ในแบบ online หรือทางโทรศัพท์ สำหรับการสมัครสอบแบบ online ผู้สอบสามารถตรวจสอบสถานที่สอบ วันเวลาในการสอบ และที่นั่งในการสอบที่ยังว่างอยู่ได้ที่ www.mba.com/mba/takethegmat
ศูนย์สอบ GMAT ในประเทศไทย มี 2 แห่งด้วยกันคือ
Pearson Professional Centers (Center ID: 50507) Bangkok Business Building, Level 10 Unit 1010, 54 สุขุมวิท 21 กรุงเทพ 10110 Tel: +66 2 664 3563
A&A NEO TECHNOLOGY (Center ID: 51272) 248/55-56 ถนนมณีนพรัตน์ ศรีภูมิ เมือง, จังหวัดเชียงใหม่, 50200 Tel: +66 53 227 500-2
ทีมสอนพิเศษ แนะแนว โดยพี่ๆที่มีประสบการณ์สอบและ/หรือ ผ่านการสอบ GMAT มาแล้ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำคะแนนสอบที่สูงขึ้น